ฝากเงินไว้ในอสังหาฯ อีกทางเลือกหนึ่งของมนุษย์เงินเดือน

ฝากเงินไว้ในอสังหาฯ อีกทางเลือกหนึ่งของมนุษย์เงินเดือน

ทุกวันนี้เมื่อเห็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารทีไร ต้องบอกว่าก็ใจหายทุกที เพราะไม่ว่าธนาคารไหน อัตราดอกเบี้ยเงินฝากมันช่างน้อยนิด ยิ่งถ้าเทียบกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นในบางช่วงบางขณะ ก็ต้องบอกว่ายิ่งเอาเงินไปฝากธนาคารก็มีแต่มูลค่าของเงินลดลง และถ้าพูดถึงความมั่นคงการทำงานในฐานะลูกจ้าง สิ่งที่เห็นกันมากขึ้นในปัจจุบันก็คือ หลายองค์กรมีการ Lay Off หรือให้พนักงานออกจากงานก่อนวัยอันสมควร

ดังนั้นการคิดเร็ว ลงทุนเร็ว วางแผนทุกอย่างด้วยความเข้าใจสัจธรรมของโลกทุนนิยม ที่มีแต่ความผันผวน ไม่แน่นอน เพื่อให้ตนเองอยู่รอดปลอดภัย มีเงินทองใช้ในยามวิกฤติ หรือปั้นปลายของชีวิตก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องคิด ต้องทำ

ถ้าคิดแบบโลกสวย สมมติว่าเราเริ่มต้นทำงานเมื่ออายุ 25 ปี จนถึงวัยเกษียณอายุ 60 ปี ก็จะมีอายุการทำงานทั้งหมด 35 ปี คำถามก็คือ ทำอย่างไรที่จะทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อให้มีใช้ในการเก็บออมมากขึ้น คำแนะนำที่ง่ายที่สุดคือ การพัฒนาการทำงานของตนเองเพื่อให้นายจ้างเพิ่มเงินให้มากขึ้น หรือไม่ก็เพิ่มรายได้จากงานเสริม ซึ่งเป็นงานที่ 2 หรืองานที่ 3 นอกเหนือจากงานหลัก หลังจากนั้นก็เอาเงินที่ได้มาลงทุนให้เงินทำงานแทนเรา โดยยึดกฎเหล็กการลงทุนที่ว่า “Don’t put all eggs in one basket” หรือ “อย่าใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว” ซึ่งเป็นหลักของการกระจายความเสี่ยง

ส่วนการลงทุนจะเลือกแบบมีความเสี่ยงมากหรือน้อยก็ต้องดู “วัย” หรือ “อายุ” รวมทั้ง “ความสามารถในการรับความเสี่ยง” ก็มีทั้งที่มีความเสี่ยงสูง อย่าง ตราสารอนุพันธ์ อสังหาฯที่มีหนี้สูง หุ้นกู้ด้อยสิทธิ์ ฯลฯ ส่วนเสี่ยงระดับกลาง เช่น ของสะสม โบราณวัตถุ ทองคำ อัญมณี อสังหาฯที่มีหนี้ต่ำ ฯลฯ และความเสี่ยงต่ำ ก็มีทั้ง อสังหาฯที่ปลอดหนี้สิ้น กองทุนตราสารระยะสั้น พันธบัตร เงินฝากธนาคาร ฯลฯ

จะเห็นได้ว่าการลงทุนในอสังหาฯ มีทั้งความเสี่ยง สูง-กลาง-ต่ำ สุดแล้วแต่ระดับของหนี้ แต่ถ้าต้องการลงทุนโดยการฝากเงินไว้ในทรัพย์สินคือ อสังหาฯ ทางที่ดีที่สุดก็ควรลงทุนด้วยเงินเย็น หรือไม่ก็กู้ให้น้อยที่สุด ไม่เช่นนั้นจะหมดไปกับดอกเบี้ย

chicago

แต่เมื่อคิดจะลงทุนกับทรัพย์สินพวกนี้ก็อาจต้องเสริมแรงด้วยความคิดเชิงบวกให้เกิดความสบายใจ เริ่มต้นก็ต้องคิดว่า ซื้อก็ยังดีกว่าเช่า เพราะถ้าต้องเช่าคอนโดฯ อพาร์ทเมนท์ เดือนละ 5,000 บาท 1 ปีก็เท่ากับ 6 หมื่นบาท เช่า 10 ปี ก็ 6 แสนบาท คิดแบบนี้ก็เหมือนจ่ายเงินทิ้ง ทรัพย์สิน ห้องหับ หรือบ้านที่เช่าก็ไม่ได้มาครอบครอง แต่ถ้าคิดให้ดีๆ เมื่อเปลี่ยนห้องเช่าเป็นคอนโดฯ บ้านเดี่ยว หรือทาวน์เฮาส์ก็จะได้เงินค่าเช่าปีละไม่น้อย และกลายเป็นค่าผ่อนสินเชื่อที่กู้มาจากแบงก์ มิหนำซ้ำทรัพย์สินอย่างอสังหาฯ ก็ไม่เน่าไม่เสีย และทำเลก็ยังสวยขึ้นทุกวัน

นอกจากนี้ในกรณีที่อสังหาฯ นั้น ไม่ได้ซื้อด้วยเงินสด ใช้เงินกู้จากแบงก์ ถ้าทำเลที่ขายไม่แพงมาก เผลอๆ มีสิทธิ์ได้อสังหาฯ แค่ลงทุนกับเงินดาวน์ ซึ่งปกติคอนโดฯ วางดาวน์ 10% บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ 5% ของราคาซื้อขาย ก็เท่ากับว่าอสังหาฯ ราคา 100% แต่เราสามารถเป็นเจ้าของได้โดยลงทุนเพียง 5-10% ที่เหลือก็จ่ายจากเงินที่มีคนมาเช่า สำหรับวิธีคิดอีกแบบหนึ่งก็คือ ถ้าซื้ออสังหาฯ ราคา 1.5 ล้านบาท จ่ายดาวน์ไป 1.5 แสนบาท ปรากฏว่าราคาขึ้นเป็น 1.7 ล้านบาทภายใน 1 ปีเศษ และถ้ายังไม่ทันโอน เมื่อขายต่อก็จะได้กำไรทันทีถึง 2 แสนบาท เมื่อคำนวณจากมูลค่าลงทุนจริง ผ่อนเงินดาวน์ไป 1.5 แสนบาท ก็เท่ากับมีกำไร 5 หมื่นบาท คำนวณแล้วเท่ากับผลตอบแทน 1 ใน 3 หรือ 30% เลยทีเดียว

เห็นแบบนี้ ถ้าคิดและวางแผนดีๆ ลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ก็ทำเงินได้มากกว่าเอาเงินไปฝากธนาคารเป็นไหนๆ…

Related posts

  • กุมภาพันธ์ 20, 2017
  • Business

4 Tips สร้างแบรนด์ให้ยั่งยืน

...

Continue reading
อรรถการ สัตยพาณิชย์
by อรรถการ สัตยพาณิชย์
  • สิงหาคม 9, 2016
  • Business

สำรวจ Brand Positioning อสังหาฯ

การสื่อสารแบรนด์ให้เกิด “ภาพจำ”...

Continue reading
อรรถการ สัตยพาณิชย์
by อรรถการ สัตยพาณิชย์