4 Tips สร้างแบรนด์ให้ยั่งยืน

4 Tips สร้างแบรนด์ให้ยั่งยืน

การสร้างแบรนด์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่มีโลโก้หรือคำขวัญที่สวยงาม แต่เบื้องหลังแบรนด์อสังหาฯที่ยิ่งใหญ่เกิดจากการผสมผสานกันของส่วนประกอบที่มีความสร้างสรรค์ ใช้ข้อความที่ตรงจุด เนื้อหาที่มีคุณค่าสำคัญ เชื่อมโยงไปยังอัตลักษณ์องค์กรหรือแบรนด์ได้อย่างลงตัว เพราะนอกจากจะเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ ยังต้องการสื่อสารให้ลูกค้ารู้ว่าจะได้อะไรจากแบรนด์ จึงควรให้ความสำคัญกับการวาง Brand Positioning ก่อนที่จะกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อให้ภาพองค์กรหรือสินค้าเกิดขึ้นในใจได้อย่างคมชัด และลึกในก้นบึ้งจิตใจของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

อย่างไรก็ตามไม่ควรคิดอย่างยิ่งว่าเมื่อสร้างแบรนด์แล้ว ยอดขายสินค้าจะต้องเพิ่มขึ้นทันที เพราะการสร้างแบรนด์เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่สำหรับเนื้อหาในวันนี้จะขอพูดถึง 4 เคล็ดลับในการสร้างแบรนด์ให้ยั่งยืน เพื่อให้ผู้สนใจสามารถนำข้อคิดสะกิดใจเหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาแบรนด์ให้มีความเข้มแข็งต่อไป

4tips_1

ข้อที่ 1 ตอบสนองความต้องการ รักษาคำมั่นสัญญาลูกค้า บนพื้นฐานสินค้าบริการที่มีคุณภาพ
การสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จต้องมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการ ต้องรักษาคำมั่นสัญญา ควบคู่กับการที่สินค้าหรือบริการมีคุณภาพ มี R&D ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสร้างความมั่นใจ ความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับลูกค้า นอกจากนี้ ผู้บริหารองค์กรต้องมีวิสัยทัศน์ นโยบาย และมีแนวปฏิบัติในการสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน ต้องคอยผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

4tips_2

ข้อที่ 2 ให้ความสำคัญการสร้างคุณค่าแบรนด์
ต้องให้ความสำคัญการสร้างคุณค่า (Value Creation) ของแบรนด์ แนวคิดนี้เกิดจากกระบวนการความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ซึ่งเป็นขั้นก่อนจะพัฒนาสู่ขั้นการสร้างนวัตกรรม (Innovation) หลักการสำคัญของแนวคิดการสร้างคุณค่าแบรนด์คือ ทำอย่างไรจะทำให้ลูกค้านิยมชมชอบจนเกิดเป็นลัทธิขึ้น และถ้าผู้ซื้อกลายเป็นสาวกได้ เมื่อนั้นก็จะเกิดการบอกต่อ และสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับแบรนด์ ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยมีปัญหาการสร้างคุณค่าแบรนด์อย่างหนึ่งก็คือ การขาดความเข้าใจแนวคิดการเล่าเรื่องหรือ Story Telling ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการสร้างคุณค่า จึงทำให้สินค้าไม่สามารถกำหนดราคาขายที่สูงขึ้นได้ และเมื่อไม่มีจุดขายที่แตกต่าง ในที่สุดก็จะแข่งขันกันในเรื่องราคา จนกำไรที่เหลือไม่มาก และไม่สามารถนำมาพัฒนาสินค้าหรือบริการได้

4tips_3

ข้อที่ 3 ต้องให้ความสำคัญกับความรู้สึกลูกค้า
ปัจจุบันต้องให้ความสำคัญกับความรู้สึกหรือ Emotional ของลูกค้ามากขึ้น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมุมมอง และความเชื่อใหม่ทางการตลาดในอดีตที่โฟกัสไปยังจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ (Unique Selling Proposition-USP) แต่ในวันนี้ต้องมาดูว่าสินค้าหรือบริการแต่ละแบรนด์ตอบโจทย์อะไรให้ลูกค้าได้บ้าง ไม่ใช่ดูแค่จุดขายของสินค้า แต่สิ่งที่ลูกค้าต้องการคือ ประสบการณ์แปลกใหม่จากการใช้สินค้าหรือบริการ เช่น Starbucks ขายการตลาดเชิงประสบการณ์ ร้านกาแฟ Tom N Toms Coffee ขายประสบการณ์ร้านกาแฟเกาหลี เป็นต้น

4tips_4

ข้อที่ 4 เนื้อหาสาร ช่องทางการสื่อสารต้องเปลี่ยนไป เพราะลูกค้าเชื่อโฆษณาน้อยลง
ลูกค้าทุกวันนี้เป็นนักค้นหาข้อมูลเชิงรุกหรือ Active Seeker มักสืบค้นข้อมูลเบื้องต้นจาก Google ก่อน นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง สะท้อนให้เห็นการไม่เชื่ออะไรง่ายๆ จึงมีการใช้แหล่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อมากขึ้น และในด้านพฤติกรรมการเปิดรับสื่อ ผู้บริโภคตั้งแต่ Gen Y เป็นต้นมา จะรู้สึกว่าเขาไม่ใช่ผู้ที่รับสื่อ หรือรับสารจากสิ่งที่แบรนด์พูด แต่เขาจะเป็นผู้เลือกเองว่าจะรับหรือไม่รับสื่อใด ดังนั้น Social Media ที่แต่ละแบรนด์นำมาใช้มากขึ้น จึงมีข้อเสียตรงที่ถ้าเมื่อลูกค้าใช้หรือรับรู้ข้อมูลแล้วไม่ชอบ หรือไม่ประทับใจโอกาสที่เขาจะปฏิเสธสินค้าหรือแบรนด์นั้นก็จะเกิดขึ้นได้ทันที แต่ข้อดีของ Social Media อีกด้านหนึ่งก็คือ เป็นช่องทางการสื่อสารที่ช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับแบรนด์ใหม่ๆ ได้

มีข้อมูลจากตำราทางการตลาดเล่มหนึ่งบอกว่า ถ้าลูกค้าเกิดความรู้สึกชอบหรือประทับใจในแบรนด์ใดแล้ว จะบอกต่อประมาณ 5 ครั้ง ในทางกลับกันถ้าลูกค้าไม่ประทับใจจะบอกต่ออย่างน้อย 25 ครั้ง แต่ในยุคที่ Social Media มีอิทธิพลอย่างมากเช่นทุกวันนี้ เชื่อว่าผลกระทบจากการบอกต่อเมื่อไม่พอใจจะมีพลังมากกว่าการบอกต่ออย่างน้อย 25 ครั้งอย่างแน่นอน….

Related posts

  • กันยายน 9, 2016
  • Business

ฝากเงินไว้ในอสังหาฯ อีกทางเลือกหนึ่งของมนุษย์เงินเดือน

...

Continue reading
อรรถการ สัตยพาณิชย์
by อรรถการ สัตยพาณิชย์
  • สิงหาคม 9, 2016
  • Business

สำรวจ Brand Positioning อสังหาฯ

การสื่อสารแบรนด์ให้เกิด “ภาพจำ”...

Continue reading
อรรถการ สัตยพาณิชย์
by อรรถการ สัตยพาณิชย์