ยลสถาปัตยกรรมบ่าบ๋า-ย่าหยาที่ปีนัง

ยลสถาปัตยกรรมบ่าบ๋า-ย่าหยาที่ปีนัง

ปัจจุบันการท่องเที่ยวได้กลายเป็นกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นไลฟ์สไตล์ของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ยึดแนวทางการสร้างสมดุลระหว่างงานกับการใช้ชีวิต หรือ Work-Life Balance จึงทำให้เกิดลักษณะร่วมที่เหมือนกันอย่างหนึ่งก็คือ เวลาทำงาน คนพวกนี้จะทำงานกันอย่างจริงจัง แต่เมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็จะพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ และยิ่งการเดินทางในยุคที่เครื่องบิน Low Cost ราคาไม่แพง ทำให้การท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น

สำหรับนักเดินทางที่ชอบสัมผัสกับเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์ของเมือง ก็ย่อมจะมีความรู้สึกที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือ การได้เดินเท้าชมอาคารบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมเก่า เป็นการดื่มด่ำกับการเสพบทบันทึกแห่งกาลเวลาที่มีคุณค่าได้อีกทางหนึ่ง ผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวในแนวนี้ ส่วนใหญ่มักจะศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล เพื่อเจาะลึกความเป็นมา และย้อนรำลึกวันเวลาที่สวยงามของเมืองนั้นๆ เป็นการล่วงหน้า

Baba3

“ปีนัง” เป็นเกาะขนาดเล็กที่อยู่ทางฝั่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมาเลเซีย ในภาษามาเลย์จะเรียกว่า “ปูเลาปีนัง” (Pulau Penang) ซึ่งมาจากคำว่า “ปีนัง” ที่แปลว่า “ต้นหมาก” ในสมัยก่อนจะพบต้นหมากขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ปีนังเป็นเมืองที่มีร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองในอดีตที่ได้ส่งต่อมายังรุ่นลูกรุ่นหลานในฐานะเมืองเก่าที่มีบ้านเรือนเก่าแอบซ่อนตัวเองอยู่ท่ามกลางอาคารตึกสูงที่สร้างโดยใช้สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว นับว่าเป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรม และกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เป็นอีกเมืองหนึ่งที่น่าศึกษาเรียนรู้ โดยเฉพาะบ้านเรือนเก่า ซึ่งเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมแบบ บาบ๋า ย่าหยา ที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์

บาบ๋า-ย่าหยา คือ กลุ่มลูกครึ่งมลายู-จีนที่มีวัฒนธรรมผสมผสาน โดย บาบ๋า (Baba) จะเรียกชายที่เป็นลูกครึ่งจีนกับมลายูที่เกิดในมลายูและอินโดนีเซีย ส่วน ย่าหยา (Nyonya) ก็จะหมายถึงหญิงลูกครึ่งจีนกับมลายูที่เกิดในมลายูและอินโดนีเซีย ชาวจีนที่เป็นบรรพบุรุษจะเป็นชนชั้นสูงที่รับวัฒนธรรมมาเลเซียเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิต และสร้างวัฒนธรรมแบบใหม่ขึ้น โดยนำเอาส่วนดีระหว่างจีนและมลายูมารวมกัน ตามประวัติศาสตร์คนกลุ่มนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 400 ปีที่แล้ว เมื่อนายพลเอกเฉิงโฮ นักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่ชาวจีนได้นำชาวจีนกลุ่มแรกเข้ามาตั้งรกรากในเมืองมะละกา และหลายศตวรรษต่อมา ชาวบาบ๋า-ย่าหยาก็ได้พัฒนาวัฒนธรรมที่โดดเด่นและน่าสนใจของตนเองขึ้นบริเวณชายฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย โดยเฉพาะในเมืองมะละกา

Baba4

บ้านบาบ๋า-ย่าหยาส่วนใหญ่จะเป็นแบบ  Shophouse   2 ชั้น หรือมีบ้านแบบ 3 ชั้นอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก ส่วนกว้างของบ้านอยู่ที่ประมาณ 5 เมตร  ความยาวหรือความลึกของตัวบ้านจะอยู่ที่ประมาณ 30 เมตรขึ้นไป ภายในบ้านจะแบ่งเป็นส่วนๆ ตามประโยชน์ใช้สอย บ้านแบบบาบ๋า-ย่าหยาถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับอากาศแบบร้อนชื้นของภูมิภาคที่เป็นที่ตั้งถิ่นพำนักของบาบ๋าและย่าหยา  ตรงกลางบ้านจะเปิดโล่งไม่มีหลังคาทำให้มีแสงสว่างส่องถึงภายในบ้าน  อากาศถ่ายเทได้ดี โดยเป็นทั้งช่องที่เปิดรับ และระบายอากาศที่ใหญ่มากที่สุดของบ้าน ศัพท์ที่สถาปนิกใช้จะเรียกพื้นที่ตรงกลางบ้างที่เปิดโล่งว่า internal courtyard

ได้เห็นรูปความสวยงามของเมืองปีนัง การเดินทางไปเก็บเกี่ยวสุนทรียะของงานสถาปัตยกรรมบาบ๋าและย่าหยาก็จะรู้สึกได้อย่างหนึ่งว่าไม่ว่ายุคใดสมัยใด หลักการออกแบบอาคารบ้านเรือนมีหลักคิด 2 อย่างที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมกัน นั่นคือ Function & Form ซึ่งการใช้งานหรือ Function ในแต่ละพื้นที่จะเป็นอย่างไรนั้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของผู้คนแต่ละยุคแต่ละสมัย และสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เรามองเห็นวิถีชีวิตของผู้คนแต่ละช่วงเวลาได้เป็นอย่างดี….

Related posts

จับชีพจรคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า

...

Continue reading
อดิศักดิ์ คุ้มจอหอ
by อดิศักดิ์ คุ้มจอหอ