จับชีพจรคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า

จับชีพจรคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า

ด้วยโครงสร้างประชากรที่มีกลุ่มคนโสดและครอบครัวเดี่ยวมากขึ้นในสังคมไทย คนรุ่นใหม่มีค่านิยมแยกครอบครัวออกมาอยู่กันเอง ขนาดของครอบครัวเล็กลง พ่อ แม่ ลูก โดยเฉพาะปัญหารถติดมโหฬาร ผลักดันให้ผู้คนเข้ามาอยู่กลางเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะทำเลเกาะติดแนวรถไฟฟ้า ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมส่วนนี้เติบโตต่อเนื่องมาหลายปี (มหานครใหญ่อย่างกรุงเทพฯ มีรถยนต์จดทะเบียน 7.25 ล้านคัน มากกว่าถนนที่รองรับได้เพียง 1 ล้านคัน)

แบรนด์คอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าเองก็มีการปรับตัวทั้งรูปแบบโครงการ ดีไซน์ ฟังก์ชั่น พัฒนาจนสามารถตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี ลดข้อจำกัดในเรื่องของเวลา สะดวกสบายทันสมัยมากขึ้น คอนโดกลางเมืองเกาะไปตามแนวราง จึงเป็นตัวเลือกต้นๆ ที่ได้รับความนิยม ในยุคที่ต่างคนต่างใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่หลายโครงการปิดการขายหลังจากเปิดตัวได้ไม่กี่วัน แบรนด์ดีมีระดับ ทำเลเยี่ยมไม่ไกลจากสถานีทั้ง BTS หรือ MRT จึงเฟื่องฟูอย่างมาก

“ฮอต” ขนาดไหน ดูได้จากกลุ่มลงทุนรถไฟฟ้าอย่างบริษัทบีทีเอสที่เป็นผู้บริหารโครงการรถไฟฟ้า BTS ยังตัดสินใจร่วมทุนกับบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลำดับต้นๆ ของเมืองไทยอย่างแสนสิริ เปิดโครงการคอนโดตลอดเส้นทางของระบบขนส่งมวลชนภายใต้แบรนด์ THE LINE (เดอะ ไลน์) 3 โครงการรวดในปีที่ผ่านมาทั้งเดอะ ไลน์ จตุจักร เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 71 รวมทั้งเดอะ ไลน์ ราชเทวี และแน่นอนเปิดไม่ทันไร ก็ขายหมดอีกเช่นกัน

แม้ว่าทั้งทำเลที่ตั้ง และแน่นอนกับเรื่องของราคา ยังคงเป็นปัจจัยในการซื้อ แต่สำหรับลูกค้าคนรุ่นใหม่วัยทำงาน พวกเขาให้ความใส่ใจมากกว่านั้น (เมื่อต้องเปรียบเทียบกับโครงการในย่านเดียวกัน) นั่นคือ รูปแบบการดีไซน์ และลูกเล่นทางด้านสถาปัตยกรรม ประเด็นนี้คือสิ่งที่จะเข้ามาตอบโจทย์ กระชากใจกลุ่มเป้าหมาย

เพราะชนกลุ่มที่สถาปนาตัวเองให้สอดรับกับยุค Urbanization เป็นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสิ่งสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงานต้องสนุกไปด้วยกัน นอกจากดีไซน์มีเกรดแล้ว ยังต้องทันสมัย สะดวก ทั้งคลับเฮาส์ ฟิตเนต คอฟฟี่แกลอรี สระว่ายน้ำ และแน่นอนซุปเปอร์มาร์เก็ต ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย ได้ผลผลวิจัยยืนยันว่า ผู้พัฒนาโครงการต่างก็หันมาเล่นกลยุทธ์การเพิ่มคุณค่าให้กับโครงการ ด้วยวัสดุเกรดพรีเมี่ยม ดีไซน์เลิศหรู ล้ำสมัย แตกต่างจากกลุทธ์เดิม ที่บอกกับลูกค้าว่าทำเล ทำเล แล้วก็ทำเล (และแน่นอนตอกย้ำเรื่องการรับประกันผลตอบแทนการเช่า) แถมลูกเล่นอย่างตลาดออนไลน์ ยังถูกนำมาใช้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มยอดขาย เพราะจำนวนราว 40-50% ของผู้ซื้อ ล้วนผ่านการเข้าชมโครงการในช่องทางนี้ก่อนไปดูสถานที่จริง และใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 1 ชั่วโมงในการตัดสินใจซื้อ

อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ แบรนด์คนรุ่นใหม่หัวใจหนุ่ม ถือเป็นดีเวลลอปเปอร์ที่มีจุดแข็งสำหรับโครงการคอนโดติดรถไฟฟ้า ก็เป็นค่ายที่มีการพัฒนาระบบการจองซื้อผ่านออนไลน์ “Ananda Online Booking” อย่างเข้มแข็ง เข้ากันอย่างดียิ่งกับดิจิตอล ไลฟ์สไตล์ สำหรับกลุ่ม Digital Mania ที่คุ้นชินกับการทำธุรกรรมออนไลน์ในชีวิตประจำวัน (ตัวที่เอามาเล่นก็คือ Ideo Mobi Asoke และ Venio Sukhumvit 10 ที่เป็นโครงการใหม่ โดยเปิดให้จองเมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมาในเวลา 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืนเท่านั้น)

อนันดามองว่ากลยุทธ์ออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง จะรองรับดีมานด์และทดแทนรูปแบบการจองคอนโดแบบทั่วๆ ไป ไม่ต้องไปรอคิวจองซื้อโครงการเปิดใหม่แบบข้ามคืน ให้ลูกค้าสะดวกเหมาะกว่า เฉพาะอย่างยิ่งเป็นการสร้างจุดขายให้กับอนันดาอีกรูปแบบหนึ่ง

แน่นอนนอกจากกลุ่มคนทำงานออฟฟิศที่ต้องการที่พักใกล้ที่ทำงาน (หรืออาจจะซื้อเป็นบ้านหลังแรก) ลูกค้าคอนโดรถไฟฟ้ายังมีกลุ่มครอบครัว ที่ซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สองในวันธรรมดา ใกล้ที่ทำงาน ใกล้โรงเรียนลูก รวมทั้งกลุ่ม EXPAT (ต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยที่คุ้นกับเรื่องการรักษาความปลอดภัย ยังคุ้นกับบริการขนส่งสาธารณะประเภทนี้)

โดยข้อมูลจาก SCB ระบุว่า กลุ่ม EXPAT ที่เป็นชาวญี่ปุ่นมีจำนวนมากสุด (22% ของจำนวน EXPAT ทั้งหมดในไทย) เพราะเข้ามาตั้งฐานการผลิตและดำเนินธุรกิจต่อเนื่องยาวนานในบ้านเรา และยังพบว่ามากกว่า 47% ของกลุ่ม EXPAT ในไทยกระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ นี่แหละ อีก 16% ก็อยู่ในแหล่งเมืองอุตสาหกรรมและเมืองท่องเที่ยวกระจายกันไป

จริงอยู่ที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าใจกลางเมืองยังเป็นทำเลยอดฮิต แต่ทุกวันนี้มีการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าจากเขตเมืองชั้นในไปยังรอบนอกตามเส้นทางส่วนต่อขยายเส้นต่างๆ โดยเฉพาะทำเลย่านธนบุรีและสุขุมวิทรอบนอก ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของคนกรุงเทพฯ เพราะทำเลราคายังไม่สูง แถมยังเดินทางสะดวกระหว่างพื้นที่ชั้นในกับชั้นกลาง อย่างสุขุมวิท สีลม สาธร เพลินจิต ราคาคอนโดถีบตัวตกราว 2แสนบาทต่อตารางเมตรกันเลยที่เดียวในปี 2558 ที่ผ่านมา

เส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายฝั่งธน ไม่ว่าจะเป็นตากสิน-บางหว้า ก็เริ่มเห็นเครนสูงๆ มีมากขึ้น โดยเฉพาะรอบๆ สถานีตลาดพลู ถือเป็นทำเลทองได้ในอนาคต ศักยภาพเด่นเป็นสง่าราศีจับน่าดู เพราะสามารถเชื่อมไปได้หลายทาง ทั้งเข้าเมืองทางสะพานสาธร ถนนพระราม 3 แถมยังออกนอกเมืองในเส้นทางถนนกัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ หรือถนนเพชรเกษมก็ยังได้อยู่ แถมยังรายรอบด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง รอบรับการใช้ชีวิตแบบคนเมืองอย่างสุดปัง

ถ้าจะรอแผนฟื้นฟูเมืองในวาระครบรอบ 250 ปีกรุงเทพมหานคร (ปี 2575) การแก้ไขปัญหาจราจรอย่างเป็นระบบ หรือขยับขยายเมืองออกไปสู่รอบนอก รวมทั้งรอส่วนต่อขยายรถฟ้าสายต่างๆ ทั้งบนดิน ใต้ดิน
ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป การเดินทางก็ต้องมีอยู่

คอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า ก็ยังมีไม่พอขายอยู่ดี

Related posts

ยลสถาปัตยกรรมบ่าบ๋า-ย่าหยาที่ปีนัง

...

Continue reading
อรรถการ สัตยพาณิชย์
by อรรถการ สัตยพาณิชย์